ระเบียบและแนวทางการปฏิบัติธรรม
คำนำ
“ดุสิตธรรมสถาน” เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาภายในที่ออกแบบขึ้นเพื่อการฝึกฝนตนเองอย่างเป็นองค์รวม ทั้งทางกาย วาจา และใจ โดยยึดหลักความเรียบง่าย ความสงบ ความสะอาด ความพอเพียง และการพึ่งพาธรรมเป็นรากฐานสำคัญ
สถานที่แห่งนี้มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญสติและการตื่นรู้ มากกว่าการมอบความสะดวกสบายในเชิงการพักผ่อน ผู้เข้าพำนักจะได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ การสำรวมกาย วาจา และใจ ตลอดจนการลดสิ่งปรุงแต่งที่ก่อให้เกิดความฟุ้งซ่าน เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับความจริงของชีวิตอย่างลึกซึ้ง
การอยู่ร่วมกันในชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บนหลักของความเมตตา ความรับผิดชอบ และวินัยร่วมกัน โดยยึดถือการไม่เบียดเบียนเป็นพื้นฐานสำคัญ พร้อมทั้งเคารพในขอบเขตส่วนบุคคลและความปลอดภัยของกันและกันในทุกมิติ
ด้วยความเชื่อว่า “ความมั่นคงที่แท้จริง” มิได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการดำรงชีวิตอย่างสอดคล้องกับธรรม การมีสติรู้ตัวอย่างต่อเนื่อง และการมีศีลเป็นรากฐานของจิตใจ
ผู้เข้าพำนักทุกท่านพึงตระหนักว่า การเข้ามา ณ ดุสิตธรรมสถาน คือการเข้ามาสู่พื้นที่แห่งการฝึกตนอย่างจริงจัง มิใช่พื้นที่แห่งการตามความสะดวกหรือความเคยชินเดิม จึงควรให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ด้วยความเข้าใจและความสมัครใจ เพื่อเกื้อกูลทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อความสงบเรียบร้อยของส่วนรวมอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านและทำความเข้าใจระเบียบทุกข้อก่อนเข้าพัก การเข้าพำนักถือเป็นการยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยสมบูรณ์
หมวดที่ 1 ศรัทธาและเจตนาในการเข้าพำนัก
1. เคารพต่อพระรัตนตรัย
ผู้เข้าพำนักทุกท่านพึงมีความเคารพต่อพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ไม่แสดงกิริยา วาจา หรือการกระทำอันเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่น หรือกระทบต่อศรัทธาของสถานที่และส่วนรวม ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคลของสถานปฏิบัติธรรม
2. เคารพครูบาอาจารย์และผู้ดูแลสถานที่
ผู้เข้าพำนักพึงให้ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ ท่านอาจารย์ตรัยตริณณ์ นักบวชพุทธสาวิกา และผู้ทำหน้าที่ดูแลสถานที่ ด้วยกิริยาสุภาพ อ่อนน้อม และสำรวม พร้อมรับฟังคำแนะนำ ตักเตือน และแนวทางการปฏิบัติด้วยความจริงใจ
3. เข้ามาด้วยเจตนาเพื่อฝึกตน
ดุสิตธรรมสถานเป็นสถานที่สำหรับการฝึกตน มิใช่สถานที่ท่องเที่ยว รีสอร์ต หรือพื้นที่พักผ่อนตามอัธยาศัย ผู้เข้าพำนักจึงควรพร้อมต่อการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ มีวินัย และลดละความเคยชินเดิมของตน
4. ยินดีปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่
เมื่อสมัครใจเข้ามาพำนักแล้ว ถือว่าผู้เข้าพำนักยินยอมปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่โดยสมัครใจ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ด้วยความสุภาพ แต่ไม่ควรโต้แย้งด้วยอารมณ์ เปรียบเทียบกับสถานที่อื่น หรือยืนยันเอาความเคยชินส่วนตนเป็นที่ตั้ง เพราะการฝึกตนย่อมเริ่มต้นจากการลดอัตตาและยอมรับกรอบแห่งวินัย
หมวดที่ 2 ศีลและความบริสุทธิ์แห่งชีวิต
5. พุทธสาวิกา (แม่ชี) ต้องสมาทานศีล 10 (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้ที่เป็นพุทธสาวิกา (แม่ชี) ต้องสมาทานและรักษาศีล 10 ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติ เพื่อความเหมาะสมในเพศสมณะและการฝึกตนอย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น โดยปฏิบัติด้วยความตั้งใจ ความเข้าใจ และความเคารพต่อความหมายของศีลอย่างแท้จริง
6. ผู้เข้าพำนักต้องสมาทานและรักษาศีล 8 (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องสมาทานและรักษาศีล 8 ต ลอดระยะเวลาการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นพื้นฐานในการฝึกสติ ขัดเกลากาย วาจา และใจ ให้เกิดความสงบและความตั้งมั่น โดยพึงปฏิบัติด้วยความเข้าใจ มิใช่เพียงยึดถือในรูปแบบ แต่เข้าถึงเจตนารมณ์ของศีลอย่างแท้จริง
ศีล 8 (อัฏฐสีล)
1. เว้นจากการฆ่าสัตว์ (ปาณาติปาตา เวรมณี)
ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์โลกทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตเมตตาและปรารถนาดีต่อสรรพชีวิต
2. เว้นจากการลักทรัพย์ (อทินนาทานา เวรมณี)
ไม่หยิบฉวยสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ เคารพในกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินของผู้อื่นรวมถึงของส่วนรวม
3. เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์ (อพรหมจริยา เวรมณี)
รักษาความสำรวมทางกายและใจ เว้นจากพฤติก รรมเชิงชู้สาวและกิจกรรมทางเพศทุกรูปแบบ เพื่อความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติ
4. เว้นจากการพูดเท็จและวาจาที่ไม่เป็นประโยชน์ (มุสาวาทา เวรมณี)
ไม่พูดโกหก ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย และไม่พูดเพ้อเจ้อ ใช้วาจาอย่างมีสติ สร้างสรรค์ และรับผิดชอบ
5. เว้นจากการดื่มสุราและของมึนเมา (สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี)
ไม่เสพสิ่งมึนเมาหรือสารเสพติดทุกชนิด อันเป็นเหตุให้ขาดสติและนำไปสู่ความประมาท
6. เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล (วิกาลโภชนา เวรมณี)
งดรับประทานอาหารหลังเที่ยงวันจนถึงรุ่งเช้าของวันใหม่ เพื่อฝึกความอดทนและความเรียบง่ายในการเป็นอยู่
7. เว้นจากการบันเทิงและการแต่งแต้มร่างกาย (นัจจะคีตวาท ิตวิสูกทัสสนา มาลาคันธวิเลปนะ ธารณมณฑนวิภูสนัฏฐานา เวรมณี)
งดฟังเพลง ดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล และเว้นจากการใช้เครื่องหอม เครื่องประดับ หรือการตกแต่งร่างกายเพื่อความสวยงาม
8. เว้นจากการนอนที่นั่งนอนอันสูงใหญ่ฟุ่มเฟือย (อุจจาสยนมหาสยนา เวรมณี)
ไม่ใช้ที่นอนหรือที่นั่งที่หรูหรา นุ่มนิ่ม หรือสูงใหญ่เกินประมาณ เพื่อฝึกความมักน้อยและไม่ติดในความสบาย
7. งดอบายมุขและสิ่งมึนเมาทุกชนิดโดยเด็ดขาด (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ห้ามนำเข้า ครอบครอง หรือใช้สุรา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติด ยาเสพติด รวมถึงสิ่งใดก็ตามที่ทำให้สติพร่าเลือนหรือกระตุ้นให้เกิดความฟุ้งซ่านโดยเด็ดขาด ห้ามใช้ ห้ามซ่อน ห้ามเก็บไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะในพื้นที่ส ่วนตัวหรือส่วนรวม และห้ามมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการจัดหา แลกเปลี่ยน หรือส่งต่อสิ่งดังกล่าวภายในสถานที่ การฝ่าฝืน ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อแนวทางการปฏิบัติ ทางสถานที่จะดำเนินการตามความเหมาะสม อาทิ การตักเตือน ให้แก้ไขพฤติกรรม หรือพิจารณามาตรการเพิ่มเติมตามระดับของเหตุการณ์ ทั้งนี้เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของกายและใจ และคุ้มครองบรรยากาศแห่งธรรมของสถานที่ให้ดำรงอยู่ได้อย่างเหมาะสม
8. งดพฤติกรรมทางกามที่ไม่เหมาะสม (ข้อกำหนดบังคับขั้นสูงสุด)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องสำรวมกาย วาจา และใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเคร่งครัด ห้ามแสดงออกเชิงชู้สาว ห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันโดยไม่จำเป็น และห้ามแ สดงพฤติกรรมใด ๆ ที่มีลักษณะส่อไปในทางกาม ห้ามอยู่กันสองต่อสองในลักษณะที่ก่อให้เกิดความคลุมเครือ โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่ลับสายตา และห้ามกระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่สบายใจ หรือถูกคุกคาม พฤติกรรมที่เข้าข่าย การล่วงละเมิด การคุกคามทางเพศ หรือการสร้างความคลุมเครือเชิงความสัมพันธ์ ให้ถือเป็น ความผิดร้ายแรงทันที ทางสถานที่ ขอสงวนสิทธิ์ในการเชิญออกจากสถานที่โดยทันที โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการตักเตือนใด ๆ ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ ความเหมาะสม และความไว้วางใจของการอยู่ร่วมกันในชุมชนแห่งการปฏิบัติธรรม
หมวดที่ 3 วาจ า ความสงบ และการสำรวม
9. การใช้วาจาอย่างมีสติ (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องใช้วาจาเท่าที่จำเป็น สุภาพ ชัดเจน และเกิดประโยชน์เท่านั้น งดการพูดเกินความจำเป็น งดการพูดเสียงดัง งดการแทรกด้วยอารมณ์ และงดการสื่อสารใด ๆ ที่รบกวนความสงบของผู้อื่น ห้ามโต้เถียง โต้แย้ง หรือยกระดับเป็นการทะเลาะโดยเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น ทางสถานที่ขอสงวนสิทธิ์ในการเชิญออกจากสถานที่ทันทีทั้งสองฝ่าย โดยไม่พิจารณาว่าใครถูกหรือผิด และไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการตักเตือน การสำรวมวาจาถือเป็นหัวใจของการปฏิบัติ เป็นการเคารพตนเองและส่วนรวม และเป็นพื้นฐานของความสงบที่แท้จริง
10. งดนินทา วิจารณ์ และพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความแตกแยก (ข้อกำหนดบังคับสูงสุด)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ห้ามนินทา วิพากษ์วิจารณ์ ลับหลัง ส่อเสียด ยุยง หรือสื่อสารในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความคลุมเครือ หรือความแตกแยกโดยเด็ดขาดในทุกรูปแบบ ไม่ว่าต่อบุคคลใดก็ตามภายในสถานที่ ครูบาอาจารย์ถือเป็นผู้มีคุณสูงสุด พึงได้รับความเคารพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่านอาจารย์ตรัยตริณณ์ ไพบูลย์พูนสุข ผู้เข้าพำนัก ห้ามพาดพิง วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงพฤติกรรมใด ๆ ที่ส่อถึงความไม่เคารพในทุกกรณี ให้ถือว่าเป็น ความผิดร้ายแรงทันทีโดยไม่ต้องพิจารณาเจตนา รวมถึง ห้ามสร้าง เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล ข่าวสาร หรือความคิดเห็นที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ หรือมีลักษณะบิดเบือน ทำให้เข้าใจผิด หรือกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจของสถานที่หรือบุคคลใด ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานที่ การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบขั้นร้ายแรง ทางสถานที่ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทันทีในระดับสูงสุด รวมถึงการระงับสิทธิ์หรือเชิญออกจากสถานที่โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการตักเตือนใด ๆ
11. เคารพช่วงเวลาแห่งความสงบและวิเวก (ข้อกำหนดบังคับ)
ในช่วงเวลาปฏิบัติธรรม ช่วงพักจิต หรือช่วงเวลาที่สถานที่กำหนดให้เป็นเวลาสงบ ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องร่วมกันรักษาความเงียบอย่างเคร่งครัด งดการพูดคุยโดยไม่จำเป็น งดการเปิดเสียงจากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ใด ๆ และงดกิจกรรมทุกชนิดที่อาจรบกวนความวิเวกของผู้อื่น ห้ามใช้โทรศัพท์หรือสนทนาในห้องรวม พื้นที่ส่วนรวม ห้องนอนรวม และพื้นที่ปฏิบัติธรรม รวมถึงในขณะปฏิบัติ รับประทานอาหาร และระหว่างกิจกรรมทุกประเภทโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ให้ไปใช้ในพื้นที่ที่สถานที่จัดไว้โดยเฉพาะ และต้องไม่รบกวนผู้อื่นในทุกกรณี การรักษาความเงียบถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรมโดยตรง เป็นการเคารพทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เพื่อเกื้อกูลให้ทุกคนได้กลับมาอยู่กับตนเองอย่างลึกซึ้งและแท้จริง ความเงียบของท่าน คือความสงบของส่วนรวม
หมวดที่ 4 การแต่งกายและความเรียบร้อย
12. การแต่งกายชุดขาว (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องแต่งกายด้วยชุดขาวอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติธรรม ได้แก่ เสื้อสีขาว และกางเกงหรือกระโปรงยาวสีขาวเท่านั้น ห้ามสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่น ไม่รัดรูป ไม่บาง ไม่สั้น และไม่เปิดเผยร่างกาย ทั้งนี้เพื่อความสำรวม ความเป็นระเบียบ และสร้างบรรยากาศแห่งการปฏิบัติที่เป็นหนึ่งเดียว ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ทางสถานที่ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาไม่อนุญาตให้เข้าร่วมกิจกรรม
13. งดเครื่องประดับและสิ่งตกแต่ง (ข้อกำหนดบังคับ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องงดสวมใส่เครื่องประดับ สิ่งตกแต่ง เครื่องราง และการตกแต่งร่างกายทุกชนิดโดยเด็ดขาด ได้แก่ ต่างหู สร้อยคอ แหวน กำไล นาฬิกาแฟชั่น เครื่องประดับผม ตลอดจนเครื่องราง วัตถุมงคล หรือสิ่งยึดเหนี่ยวใด ๆ ที่มีลักษณะโดดเด่น รวมถึง ห้ามทำเล็บเจล เล็บสีฉูดฉาด หรือการตกแต่งเล็บในลักษ ณะที่ดึงดูดสายตา ในส่วนของเส้นผม ให้รวบหรือมัดผมให้เรียบร้อย โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียบง่าย สีสุภาพ ไม่ฉูดฉาด และไม่มีลวดลายหรือลูกเล่น เช่น กิ๊บหนีบผม ยางรัดผม ควรเป็นโทนสีพื้นและไม่โดดเด่น ทั้งนี้เพื่อคงไว้ซึ่งความเรียบง่าย ความสำรวม และบรรยากาศแห่งความสงบอย่างเป็นหนึ่งเดียว อันเกื้อกูลต่อการปฏิบัติธรรมอย่างลึกซึ้ง
14. การดูแลความสะอาดและระเบียบของพื้นที่ส่วนรวม (ข้อกำหนดร่วม)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งที่พัก ห้องน้ำ โรงครัว และพื้นที่ส่วนรวมทุกแห่ง ให้ใช้สิ่งของอย่างระมัดระวัง เก็บเข้าที่ทุกครั้งหลังใช้งาน และร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งความสงบ เรียบร้อย และน่าอยู่ ห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มไปรับประทา นภายในห้องพักและห้องสวดมนต์โดยเด็ดขาด ให้รับประทานได้เฉพาะในห้องรับประทานอาหารที่จัดไว้เท่านั้น เพื่อป้องกันกลิ่นและสัตว์รบกวน รวมถึงคงไว้ซึ่งความสะอาดและความเหมาะสมของสถานที่ ทั้งนี้เพื่อฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนแห่งการปฏิบัติ
หมวดที่ 5 การดำรงชีวิตและการพึ่งพาตนเอง
15. ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ
ผู้เข้าพำนักพึงฝึกการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ใช้ของเท่าที่จำเป็น ไม่เรียกร้องสิ่งพิเศษ ไม่สะสมของโดยไม่จำเป็น และฝึกใจให้ยินดีในความพอประมาณ เพื่อเรียนรู้การลดละความอยากและกลับมาเห็นคุณค่าของชีวิตที่เรียบง่าย
16. ร่วมช่วยงานส่วนรวมด้วยใจอาสา (จิตอาสาหัวใจโพธิสัตว์)
การอยู่ ณ ดุสิตธรรมสถาน มิใช่เพียงการเข้ามารับประโยชน์ แต่เป็นการฝึกตนผ่านการให้และการรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรมโดยตรง ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องมีส่วนร่วมในการช่วยงานส่วนรวมตามกำลังและความเหมาะสม เช่น กวาดลาน ล้างภาชนะ จัดสถานที่ ดูแลสวน รดน้ำต้นไม้ ช่วยงานครัว หรือภารกิจอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดย ขอความร่วมมืออย่างจริงจังในการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การกระทำทุกอย่างให้ทำด้วยความรู้ตัว อ่อนโยน และเต็มใจ มิใช่เพียงเพื่อให้งานเสร็จสิ้น แต่เพื่อฝึกการวางอัตตา ลดความยึดมั่นในตนเอง และเปิดพื้นที่ของใจให้กว้างขึ้น นี่คือการฝึก “จิตอาสาในหัวใจโพธิสัตว์” ที่มุ่งเกื้อกูลผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ งดงาม และเป็นหนึ่งเดียว
17. ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและมีระเบียบ (ข้อกำหนดร่วม)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องใช้ทรัพยากรของสถานที่อย่างรู้คุณค่า ประหยัด และมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ อาหาร อุปกรณ์ ของใช้ส่วนกลาง และทรัพยากรทุกชนิด ให้ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช้เกินความต้องการ ไม่ปล่อยทิ้งขว้าง และดูแลเก็บรักษาให้เรียบร้อยหลังใช้งาน ห้ามนำทรัพย์สินของสถานที่ไปเป็นของตน หรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อฝึกสติ ลดความฟุ่มเฟือย และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ส่วนรวม
18. สนับสนุนวิถีชีวิตปลอดสารพิษ
ดุสิตธรรมสถานยึดแนวทางการดำรงชีวิตที่เกื้อกูลต่อสุขภาพและธรรมชาติ ผู้เข้าพำนักจึงควรร่วมมือในวิถีปลอดสารพิษ ทั้งในเรื่องอาหาร เครื่องใช้ และการใ ช้ชีวิตโดยรวม ไม่ควรนำสิ่งของหรือพฤติกรรมที่ขัดต่อแนวทางดังกล่าวเข้ามาโดยไม่จำเป็น และพึงให้ความเคารพต่อพื้นที่ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ และระบบนิเวศของสถานที่
หมวดที่ 6 อาหาร สุขภาพ และความพร้อมของผู้เข้าพำนัก
19. รับประทานอาหารอย่างมีสติ ตามระเบียบของสถานที่
ผู้เข้าพำนักควรรับประทานอาหารด้วยความสำรวม มีสติ และรู้ประมาณ รับประทานตามเวลาที่สถานที่กำหนด ไม่เลือกมากเกินควร ไม่เรียกร้องอาหารพิเศษโดยไม่มีเหตุอันสมควร และควรเห็นคุณค่าของอาหารในฐานะปัจจัยเกื้อกูลต่อการดำรงชีวิตและการปฏิบัติธรรม
20. แจ้งข้อมูลสุขภาพตามความเป็นจริง
ก่อนเข้าพำนัก ผู้สมัครควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว ภาวะทางกายหรือใจ ข้อจำกัดด้านอาหาร ยาที่ต้องใช้ประจำ หรือข้อมูลสำคัญอื่นใดตามความเป็นจริง เพื่อให้สถานที่สามารถพิจารณาความเหมาะสมและดูแลเบื้องต้นได้อย่างปลอดภัย การปกปิดข้อมูลสำคัญอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อตนเองและส่วนรวมในภายหลัง
21. สามารถดูแลตนเองในเบื้องต้นได้
ผู้เข้าพำนักควรมีความพร้อมในการดูแลกิจวัตรพื้นฐานของตนเองได้พอสมควร เช่น การอาบน้ำ รับประทานอาหาร จัดการยาส่วนตัว รักษาความสะอาดที่พัก และปฏิบัติตามตารางกิจกรรมเบื้องต้น หากมีภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ทางสถานที่อาจพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี
หมวดที่ 7 การใช้สื่อสารและข้อมูลภายในสถานท ี่
22. การใช้โทรศัพท์และสื่อ (ข้อกำหนดบังคับด้านความเป็นส่วนตัวและวินัยการปฏิบัติ)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องงดใช้โทรศัพท์มือถือ โซเชียลมีเดีย การติดตามข่าวสาร และการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกโดยไม่จำเป็นอย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติธรรม โดยอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลสถานที่ล่วงหน้า ห้ามใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ปฏิบัติ ห้องสวดมนต์ และกิจกรรมส่วนรวมโดยเด็ดขาด ทั้งนี้สถานที่มีการติดตั้ง กล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมงในบางพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและการกำกับดูแลความเรียบร้อย ซึ่งอาจใช้ประกอบการพิจารณาในกรณีมีการฝ่าฝืนข้อกำหนด
23. การคุ้มครองข้อมูลส่ว นบุคคลและความเป็นส่วนตัว (ข้อกำหนดบังคับตามหลักกฎหมายและจริยธรรม)ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ห้ามบันทึก ถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ บันทึกเสียง ถ่ายทอดสด หรือเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ กิจกรรม หรือบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนจากทางสถานที่โดยเด็ดขาด การกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การเผยแพร่ภาพ เสียง หรือข้อมูลของผู้อื่น ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิดจะถูกใช้เท่าที่จำเป็น ภายใต้การควบคุมอย่างเหมาะสม และจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ทางสถานที่ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามความเหมาะสม รวมถึงการตักเตือน ระงับการเข้าร่วมกิจกรรม หรือเชิญออกจากสถานที่ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และบรรยากาศแห่งความไว้วางใจของทุกฝ่าย
หมวดที่ 8 การอยู่ร่วมกันและความปลอดภัย
24. การเคารพขอบเขตส่วนบุคคลและความปลอดภัยระหว่างบุคคล (ข้อกำหนดบังคับตามหลักกฎหมายและจริยธรรม)
24.1 การเคารพพื้นที่ส่วนบุคคล
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอย่างเคร่งครัด ห้ามล่วงล้ำ คุกคาม หรือแสดงพฤติกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความอึดอัด ความคลุมเครือ หรือความไม่ปลอดภัยแก่ผู้อื่นในทุกรูปแบบ
24.2 การสร้างความสัมพันธ์และการติดต่อส่วนตัว
ห้ามตีสนิทหรือสร้างความใกล้ชิดเกินควรโดยไม่เหมาะสม รวมถึงห้ามขอช่องทางติดต่อส่ วนตัว เช่น การแอดไลน์ แลกเบอร์โทร หรือการติดต่อภายนอกในลักษณะส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน การติดต่อกันภายหลังการปฏิบัติธรรมต้องอยู่บนความสมัครใจอย่างแท้จริง และต้องไม่ก่อให้เกิดความอึดอัดหรือไม่ปลอดภัยแก่ผู้อื่น
24.3 การรบกวน การเรี่ยไร และการแสวงหาประโยชน์
ห้ามรบกวนผู้อื่นในลักษณะยืมเงิน เรี่ยไร ขอรับการสนับสนุน หรือร้องขอทรัพย์สินใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามชักจูง โน้มน้าว หรือกดดันผู้อื่นในเรื่องการเงิน ความเชื่อ หรือการตัดสินใจส่วนตัว
24.4 ความเหมาะสมในการอยู่ร่วมกัน (ชาย–หญิง และส่วนรวม)
ในการอยู่ร่วมกันระหว่างชายและหญิง พึงสำรวมกาย วาจา และใจ รักษาระยะและความเหมาะสม ในการสนทนา การนั่ง การเดิน และการใช้พื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่พักผ่อน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความปลอดภัย ความไว้วางใจ และความสงบของสถานที่
24.5 การแอบอ้างและการใช้ข้อมูลในทางมิชอบ
ห้ามแอบอ้างชื่อ สถานะ หรือความเกี่ยวข้องกับสถานที่ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือส่วนตัว รวมถึงห้ามนำภาพ ข้อมูล หรือเนื้อหาของสถานที่ไปใช้ในทางส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
24.6 การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลและการบังคับใช้
พฤติกรรมใด ๆ ที่เข้าข่าย การคุกคาม การล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และทางสถานที่ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทันที รวมถึงการตักเตือน ระงับสิทธิ์ หรือเชิญออกจากสถานที่โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
24.7 ช่องทางแจ้งเหตุและ การคุ้มครองผู้แจ้ง
หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้เข้าพำนักสามารถแจ้งผู้ดูแลสถานที่ได้ทันที ทางสถานที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง และ รักษาความลับของผู้แจ้งอย่างเคร่งครัด
24.8 ข้อจำกัดความรับผิดของสถานที่
ทางสถานที่ ไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหาย ข้อพิพาท หรือการกระทำใด ๆ ระหว่างผู้เข้าพำนัก ที่เกิดจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ผู้เข้าพำนักพึงรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองโดยสมบูรณ์
หมวดที่ 9 การดำเนินการเมื่อฝ่าฝืนระเบียบ
25. แนวทางการดำเนินการเมื่อมีการฝ่าฝืนระเบียบ (ข้อกำหนดบังคับและการบังคับใช้)
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืน ทางสถานที่ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและดำเนินการตามลำดับขั้น หรือข้ามขั้นได้ตามความเหมาะสมของกรณี เพื่อคุ้มครองความสงบ ความปลอดภัย และบรรยากาศแห่งการปฏิบัติธรรมของส่วนรวม
25.1 ตักเตือนด้วยเมตตา
ในกรณีที่ผู้เข้าพำนักยังไม่เข้าใจกติกา หรือกระทำโดยไม่เจตนา ทางสถานที่จะตักเตือนและชี้แจง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผู้เข้าพำนัก ต้องให้ความร่วมมือในการปรับปรุงทันที
25.2 ตักเตือนอย่างเป็นทางการ
หากยังฝ่าฝืนซ้ำ หรือไม่ให้ความร่วมมือ ทางสถานที่จะมีการแจ้งเตือนอย่างชัดเจน พร้อมระบุพฤติกรรมที่ต้องแก้ไข และกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง การเพิกเฉยต่อคำเตือนถือเป็นการไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดโดยเจตนา
25.3 พักการเข้าร่วมกิจกรรม
หากพฤติกรรมดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้อื่น หรือรบกวนบรรยากาศของส่วนรวม ทางสถานที่ มีสิทธิ์ระงับการเข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนหรือทั้งหมดทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
25.4 เชิญออกจากสถานที่ทันที
ในกรณีที่ไม่ปรับปรุง หรือมีพฤติกรรมร้ายแรง เช่น ละเมิดศีลอย่างชัดเจน คุกคามหรือสร้างความไม่ปลอดภัย ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ลบหลู่ครูบาอาจารย์ หรือรบกวนความสงบของส่วนรวมอย่างรุนแรง ทางสถานที่ ขอสงวนสิทธิ์ในการเชิญออกจากสถานที่ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่จำเป็นต้องผ่านทุกขั้นตอนข้างต้น
การตัดสินของสถานที่ถือเป็นที่สิ้นสุด และผู้เข้าพำนัก ไม่มีสิทธิ์เรียก ร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ อันเกิดจากการดำเนินการตามข้อกำหนดนี้
นโยบายและระเบียบการเข้าพำนัก ดุสิตธรรมสถาน (ไร่ชีวาดี)
(Dusit Dhamma Center – Rules, Regulations and Personal Conduct Policy)
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติ การอยู่ร่วมกัน และมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความสงบเรียบร้อยของสถานที่ ผู้เข้าพำนักทุกท่าน ต้องอ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดก่อนเข้าพำนัก
การเข้าพำนักถือว่าเป็นการ ยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยสมบูรณ์ และยินยอมให้สถานที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ในทุกกรณี
1. หลักการและเจตนารมณ์
ดุสิตธรรมสถานเป็นพื้นที่แห่งการปฏิบัติธรรม ความสงบ และการพัฒนาภายใน การอยู่ร่วมกันในสถานที่แห่งนี้จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ
-
ความสำรวม
-
ความเคารพซึ่งกันและกัน
-
ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
-
และการปฏิบัติตามกติกาอย่างเคร่งครัด
2. ขอบเขตการบังคับใช้นโยบายนี้ครอบคลุม
-
ผู้เข้าพำนักทุกท่าน
-
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
-
และบุคคลใด ๆ ที่อยู่ภายในพื้นที่สถานที่
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่ หรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสถานที่
3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และความเป็นส่วนตัว
สถานที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลัก พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดย
-
ห้ามบันทึกภาพ เสียง หรือข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
ห้ามเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่หรือผู้เข้าพำนัก
สถานที่มีการติดตั้ง กล้องวงจรปิด (CCTV) ในบางพื้นที่ เพื่อ ความปลอดภัย โดยข้อมูลจะถูกใช้เท่าที่จำเป็น และจำกัดการเข้าถึง
4. มาตรฐานพฤติกรรมและการอยู่ร่วมกันผู้เข้าพำนักต้อง
-
เคารพขอบเขตส่วนบุคคล
-
ไม่คุกคาม ไม่ล่วงละเมิด ไม่สร้างความไม่ปลอดภัย
-
ไม่สร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
-
ไม่เรี่ยไร ยืมเงิน หรือแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นรวมถึง
-
ห้ามแอบอ้างชื่อหรือความเกี่ยวข้องกับสถานที่
-
ห้ามใช้ข้อมูลของสถานที่ในทางส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
5. การใช้โทรศัพท์และสื่อผู้เข้าพำนักต้องงดใช้โทรศัพท์และสื่อโดยไม่จำเป็น
-
อนุญาตเฉพาะกรณีจำเป็นและต้องได้รับอนุญาต
-
ห้ามใช้ในพื้นที่ปฏิบัติและกิจกรรม
6. การใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินผู้เข้าพำนักต้อง
-
ใช้ท รัพยากรอย่างประหยัดและมีความรับผิดชอบ
-
ไม่นำทรัพย์สินของสถานที่ไปเป็นของตน
-
ไม่เคลื่อนย้ายทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต
7. ข้อจำกัดความรับผิดของสถานที่
สถานที่ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ข้อพิพาท หรือการกระทำใด ๆ ระหว่างผู้เข้าพำนัก ที่เกิดจากการฝ่าฝืนระเบียบ ผู้เข้าพำนักต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองโดยสมบูรณ์
8. มาตรการบังคับใช้และการดำเนินการเมื่อมีการฝ่าฝืนสถานที่มีสิทธิ์ดำเนินการดังต่อไปนี้
-
ตักเตือน
-
ตักเตือนอย่างเป็นทางการ
-
ระงับสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม
-
เชิญออกจากสถานที่ทันทีโดยสามารถข้ามขั้นตอนตามความเหมาะสมได้ในกรณีร้ายแรง
-
สถานที่สามารถเชิญออกทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
-
และการตัดสินของสถานที่ถือเป็นที่สุด
9. การร้องเรียนและการคุ้มครองผู้แจ้งผู้เข้าพำนักสามารถแจ้งเหตุไม่เหมาะสมได้
-
ทางสถานที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง
-
และรักษาความลับของผู้แจ้งอย่างเคร่งครัด
10. การยอมรับเงื่อนไขการเข้าพำนักถือว่า
-
ผู้เข้าพำนักได้อ่านและเข้าใจ
-
และยินยอมปฏิบัติตามระเบียบทั้งหมด
หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้
-
สถานที่มีสิทธิ์ปฏิเสธการเข้าพำนักหรือให้ยุติการเข้าพำนักได้ทันที
คำรับรอง (Acknowledgement)
ข้าพเจ้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของนโยบายฉบับนี้โดยสมบูรณ์
ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบ ความปลอดภัย และเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของดุสิตธรรมสถาน
ถ้อยคำปิดท้าย
การปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้ มิใช่เพื่อการจำกัดอิสรภาพ แต่เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย สงบ และเกื้อกูลอย่างแท้จริงต่อการเข้าถึงธรรม
ทุกข้อกำหนดล้วนมีขึ้นเพื่อเอื้อให้ผู้เข้าพำนักสามารถวางภาระภายนอก ลดสิ่งรบกวน และหันกลับมาอยู่กับตนเองได้อย่างลึกซึ้ง
ขอให้ทุกท่านใช้เวลา ณ ที่แห่งนี้อย่างมีสติ เปิดใจเรียนรู้ และเติบโตในทางธรรมอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมอย่างแท้จริง
การเตรียมตัวก่อนเข้าปฏิบัติธรรม
หัวใจสำคัญคือความพร้อมของกายและใจ เพื่อการดำรงอยู่บนหนทางแห่งความสงบอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
การเตรียมกาย
พักผ่อนให้เพียงพอก่อนมาถึง ปรับเวลาการตื่นนอนและการทานอาหารให้ใกล้เคียงกับตารางปฏิบัติ ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อให้กายไม่เป็นภาระต่อการภาวนา
การเตรียมใจ
วางความกังวลจากทางโลก เปิดใจให้กว้าง ละวางอัตตาและความคาดหวัง มุ่งมั่นที่จะฝึกฝนตนเองตามคำแนะนำของครูอาจารย์ด้วยความเคารพและอดทน
ของใช้จำเป็น
- ชุดปฏิบัติธรรมสุภาพสีขาว / สีอ่อน
- ยาประจำตัวและของใช้ส่วนตัว
- ไฟฉาย (สำหรับเดินช่วงกลางคืน)
- ของใช้สิ้นเปลืองจำเป็นเบื้องต้น
หมายเหตุสำคัญ
กรุณาอ่านและทำความเข้าใจก่อนการลงทะเบียนเพื่อประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติธรรมของท่าน
- การเตรียมตัว: ผู้ปฏิบัติควรเตรียมชุดปฏิบัติธรรมสีขาวล้วน สุภาพ เรียบร้อย เคลื่อนไหวสะดวก เหมาะสมต่อการฝึกสติและการอยู่ร่วมกันอย่างสง บ พร้อมงดนำของมีค่าหรือสิ่งของที่ไม่จำเป็นติดตัวมา เพื่อความเรียบง่ายและความสบายใจตลอดช่วงเวลาการปฏิบัติธรรม
- ความเงียบสงบ: กรุณางดใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้จิตใจได้พักจากสิ่งรบกวนภายนอก และอยู่กับปัจจุบันขณะได้อย่างเต็มที่และลึกซึ้ง เพราะความสงบของท่าน คือความสุขและความเกื้อกูลต่อบรรยากาศแห่งการปฏิบัติของส่วนรวม
- สุขภาพและโรคประจำตัว: หากท่านมีโรคประจำตัว จำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพและอาหารเฉพาะทาง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบในวันลงทะเบียน เพื่อให้ทางสถานที่สามารถดูแลและจัดความเหมาะสมได้อย่างเหมาะสมตลอดระยะเวลาการปฏิบัติธรรม
ข้อสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของการปฏิบัติธรรม ทางสถานธรรมขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผู้ที่อยู่ในภาวะอาการทางจิตที่ยังต้องได้รับการดูแลหรือเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เข้าร่วมและบรรยากาศแห่งความสงบของส่วนรวม
- การจัดที่พัก: สถานธรรมจัดที่พักแบบแยกชาย–หญิงอย่างเหมาะสม เพื่อความเป็นระเบียบและความสงบในการอยู่ร่วมกัน โดยเน้นความเรียบง่าย สะอาด และเอื้อต่อการพักกายพักใจ เพื่อลดความกังวลจากวิถีชีวิตภายนอก และสนับสนุนการฝึกสติอย่างเต็มที่